สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่านก่อนอื่น ดิฉันขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ดิฉันเป็นแม่บ้านของนายตำรวจระดับผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรท่านหนึ่ง ซึ่งดิฉันขอสงวนชื่อดิฉันและสามีไว้ ณ ที่นี้ หลังจากที่ดิฉันได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องสื่อมวลชน ทีมงานนิตยสารเซียน ซึ่งมีความสนิทสนมกันดีได้พูดคุยถึงเรื่องลี้ลับเหนือกฎเกณฑ์ธรรมชาติดิฉัน เป็นคนที่ค่อนข้างเชื่อเรื่องพวกนี้พอสมควรค่ะ ต้องเรียกว่า เชื่อเต็มร้อยเลยดีกว่า เพราะประสบการณ์ที่ดิฉันต้องติดตามสามีไปราชการหลายสถานที่หลายจังหวัดด้วย กันจึงทำให้ดิฉันและสามีเจออะไรที่แปลก ๆ มาเยอะทีเดียวค่ะ ต้องบอกว่าสิ่งเหล่านี้ใครไม่เจอกับตัวเองไม่มีทางเชื่อ อย่างเรื่องที่ดิฉันกำลังจะเล่าให้ท่านผู้อ่านนิตยสารเซียนทุกท่านฟังในขณะ นี้เพื่อเป็นวิทยาทาน

 

เรื่อง มีอยู่ว่าสามีดิฉันเป็นนายตำรวจสายสืบที่ค่อนข้างบู๊ ต้องโลดโผนในหน้าที่การงานพอสมควร ถึงขนาดที่ว่าก่อนที่สามีจะออกจากบ้านไปทำงานทุกครั้งเหมือนกับสั่งเสียลูก เมียไว้ก่อนไปทำงานทุกครั้งเลยว่า “หน้าที่การงานของพี่ต้องเสี่ยงตายอยู่ตลอด วันนี้หากพี่ไม่กลับบ้านมาก็อย่าเสียใจขอให้นึกเสียว่าพี่ไปทำงานเสียสละ เพื่อประเทศชาติและความปลอดภัยของประชาชน” ทุกครั้งที่ดิฉันได้ยินต้องยอมรับเลยว่าสลดนะคะเพราะไม่รู้เลยว่าวันนี้สามี จะกลับบ้านมาทานข้าวเย็นกับลูกเมียหรือไม่ แต่เมื่อนึกในสิ่งที่สามีได้พูดไว้ก็ดีใจที่สามีเป็นคนเสียสละเพื่อส่วนรวม ก็ได้แต่สวดมนต์ขอคุณพระให้ช่วยคุ้มครองสามีให้แคล้วคลาดปลอดภัยในอันตราย ทั้งปวงขออย่าได้เกิดขึ้นกับสามีและครอบครัวดิฉันเลยค่ะ

 

“ด้วยความที่ต้องทำงานเสี่ยงชีวิตสามีจึง เป็นคนที่ค่อนข้างเชื่อในเรื่องของเครื่องรางของขลังและพลังมนต์ตราไสย ศาสตร์ อีกทั้งเป็นคนที่ชอบสะสมของเก่า วันหนึ่งมีเพื่อนนายตำรวจของสามีท่านหนึ่งท่านได้ดาบโบราณของผู้บังคับบัญชา กองทัพญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกมาไว้ในครอบครอง แต่ด้วยเหตุใดท่านไม่ได้แจ้งให้ทราบว่าท่านไปเจอดีเจอร้ายอย่างไรมาจึงนำดาบ เล่มนี้มาให้สามีดิฉันเนื่องจากเห็นว่าสามีดิฉันเป็นคนที่ชอบสะสมของเก่า ซึ่งตอนที่ได้มาสามีก็ไม่ได้บอกฉันแต่อย่างใด โดยสามีเอาดาบญี่ปุ่นโบราณเล่มนั้นไปตั้งวางไว้ประดับบารมีที่หน้าโต๊ะทำงาน เหนือกระบี่พระราชทาน (นายร้อยตำรวจ) ดิฉันก็ไม่ทราบแต่อย่างใด จนเริ่มสังเกตเห็นว่าสามีมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเหมือนคนถูกผีสิง!!!”

 

“ดิฉันมีโอกาสมาที่ทำงานจึงเห็นว่ามีดาบ ญี่ปุ่นโบราณตั้งอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงาน ถามสามีสามีก็ไม่ยอมบอกได้แต่ทำหน้าทะมึงตึงตาขวาง จากเคยเป็นคนที่พูดจาสุภาพเรียบร้อย ก็เปลี่ยนเป็นคนที่พูดจาหยาบคาย ดุดัน กระโชกโฮกฮาก เกรี้ยวกราดลูกน้อง จนดิฉันต้องไปถามไถ่กับหน้าห้องจึงทราบว่าสามีได้ดาบเล่มนี้มานจากเพื่อนนาย ตำรวจท่านหนึ่งด้วยความที่ดิฉันเป็นคนที่มีเซ้นส์เกี่ยวกับสิ่งลี้ลับอยู่พอ สมควรดิฉันจึงเข้าไปสัมผัสที่ดาบเล่มนี้ก็รับรู้ได้ถึงแรงพลังอาฆาตที่เต็ม เปี่ยมทีเดียว จับปุ๊บ ขนลุกสู้ทีเดียว สามีเห็นดิฉันไปแตะต้องดาบเล่มนี้ไม่พอใจเป็นอย่างมาก ด่าทอดิฉันด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพ จนดิฉันต้องคุกเข่าไหว้สามีและขอร้องว่าให้ย้ายดาบเล่มนี้ลงจากโต๊ะทำงานซะ ไม่เช่นนั้นสามีจะถูกอำนาจดำครอบงำ และอาจทำในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ตัวได้ และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ สามีเหมือนกับคนโดนของ! ที่มีคนจะมาทำลายอำนาจมนต์ดำ สามีปาข้าวปาของอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดิฉันเห็นดังนั้นได้จังหวะช่วงที่สามีหันหลัง จึงอาราธนาพระสมเด็จที่ห้อยคออยู่ ถอดออกมาคล้องคอสามีทันที...”

 

“เชื่อมั้ยค่ะว่าสามีดิฉันล้มทั้งยืนเลยค่ะ เมื่อได้สติดิฉันจึงบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้สามีฟัง สามีดิฉันบอกว่าไม่รู้ตัวจริง ๆ บอกว่าบางทีก็รู้ตัว บางทีก็ไม่รู้ตัว จนดิฉันต้องขอร้องสามีอีกครั้งหนึ่งว่าให้นำดาบญี่ปุ่นโบราณเล่มนี้ลงซะ สามีจึงยอมในที่สุด และดิฉันก็ได้อาราธนาต่อองค์พระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในหิ้งพระขอฝากดาบเล่ม นี้ไว้ในความดูแลของท่านด้วย”

 

ดาบญี่ปุ่นโบราณเล่มนี้ เป็นดาบที่องค์จักดิ์พรรดิ์ญี่ปุ่นได้มอบให้กับแม่ทัพญี่ปุ่นท่านหนึ่งในยุค สงครามโลกครั้งที่ 2. แม่ทัพท่านนี้มาบัญชาการรบที่ประเทศไทย เป็นคนที่โหดร้าย ดุดัน และรักประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง สมัยเมื่อยังมีชีวิตอยู่ได้ใช้ดาบเล่มนี้ประหารชีวิตคนเป็นจำนวนมาก และเมื่อแพ้สงครามได้ใช้ดาบเล่มนี้ฆ่าตัวตายและใช้เลือดเขียนไว้ในผืนผ้าใบ ว่าญี่ปุ่นและทหารญี่ปุ่นไม่มีวันพ่ายแพ้!

 

และนี่เป็นเรื่องราวความอาถรรพณ์ของดาบ ญี่ปุ่นโบราณที่ดิฉันและสามีประสบพบเจอมาด้วยตัวเองค่ะ จนปัจจุบันนี้สามีดิฉันกลับมาเป็นคนเดิมที่น่ารักของครอบครัวและลูกน้อง ตำรวจอีกครั้ง และเขาไม่กล้าที่จะแตะต้องดาบญี่ปุ่นโบราณเล่มนี้อีกเลยค่ะ เรื่องอย่างนี้ต้องบอกว่าไม่เชื่อ! แต่อย่าลบหลู่นะคะ เพราะหากวันใดวันหนึ่งคุณและครอบครัวประสบพบเจอด้วยตัวเอง บางทีอาจจะสายเกินไป!!!??

Comment

Comment:

Tweet